ปรับบ้านต้อนรับผู้สูงวัย ‘พัฒนาคุณภาพชีวิต’

อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ แนะเตรียมพร้อมปรับบ้านต้อนรับผู้สูงวัย พร้อมจัดการจุดเสี่ยงที่อาจก่ออันตราย ปัจจุบัน ประเทศไทยมีประชากรผู้สูงอายุถึง 11 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยติดเตียงร้อยละ 1.5 และเป็นผู้ที่ช่วยเหลือตัวเองได้เล็กน้อยประมาณ 2 ล้านคน ขณะที่ผู้สูงอายุ 8 ล้านคนเป็นผู้มีสุขภาพแข็งแรง จากการสำรวจทั่วประเทศพบว่า ขณะนี้มีผู้สูงอายุเกิน 100 ปี จำนวน 300 คน และคาดการณ์ว่าในปี 2574 จะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์

จะมีผู้สูงอายุมากถึงร้อยละ 28 ของจำนวนประชากร ตัวเลขเหล่านี้ อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุยังสะท้อนให้เห็นว่า เราต้องเตรียมพร้อมในเรื่องของผู้สูงอายุมากขึ้นในเรื่องของดูแลผู้สูงอายุ นอกจากความแข็งแรงทางร่างกายแล้ว ความแข็งแรงทางจิตใจของผู้สูงอายุก็เป็นเรื่องสำคัญ ผู้สูงอายุต้องการกำลังใจ คนยุคใหม่ใส่ใจผู้สูงอายุ “เราต้องเตรียมพร้อมในเรื่องของผู้สูงอายุมากขึ้น นอกจากความแข็งแรงทางร่างกายแล้ว ความแข็งแรงทางจิตใจของผู้สูงอายุก็เป็นเรื่องสำคัญ ผู้สูงอายุต้องการกำลังใจ คนยุคใหม่ใส่ใจผู้สูงอายุ นอกจากเรื่องการสุขภาพกาย สุขภาพใจแล้ว การใช้ชีวิตและสภาพความเป็นอยู่ของผู้สูงอายุก็มีความสำคัญเช่นกัน การทำกิจกรรมต่างๆ หากไม่ระวังตัว พลาดล้มได้รับบาดเจ็บคงไม่ใช่เรื่องดีสักเท่าไหร่”

อาจารย์พิศิษฐ์ โรจนวานิช อดีตนายกสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้ข้อคิดถึงการจัดการจุดเสี่ยงที่ระวังได้ในบ้าน สำหรับบ้านใดมีผู้สูงอายุ ขอให้นำไปปรับเปลี่ยน ปรับแต่งบ้านต้อนรับสิ่งดีๆ “สมัยโบราณบ้านเคยถูกมองว่าเป็นการแสดงออกของฐานะ แต่ปัจจุบันนี้เริ่มมองว่าบ้านคือกุญแจสำคัญของการปรับรูปแบบการใช้ชีวิตในช่วงวัยต่างๆ ซึ่งรูปแบบสุดท้ายของทุกคน คือรูปแบบการใช้ชีวิตแบบผู้สูงอายุ ในปัจจุบันบ้านหลายหลังที่อาศัยอยู่สนับสนุนและรองรับการใช้ชีวิตเพียงอายุ 7-60 ปีเท่านั้น ในทางกลับกัน ในช่วงอายุ 7-60 ปี คือวัยเรียนและวัยทำงาน เป็นช่วงที่ไม่ค่อยได้อาศัยอยู่บ้าน แต่หลังจากอายุ 60 ปี เกษียณอายุ เป็นช่วงที่ต้องกลับมาอยู่บ้าน แต่บ้านกลับไม่รองรับตัวเราเสียแล้ว จึงต้องมีการปรับเปลี่ยนสภาพบ้านให้มีความเหมาะสมแก่ช่วงอายุ เพื่อป้องกันจุดเสี่ยงต่างๆ ภายในบ้านที่จะเป็นอันตรายต่อตัวเรา”. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth